วันนั้น
อากาศมันเปลี่ยนปลงจริงๆช่วงนี้
เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนตก
เอาใจยากจริงจริ้ง
ช่วงนี้กลางคืนจะมีกบร้อง
สองวันก่อนเป็นวัน 11/9
ข่าวก็เอาภาพเก่าๆมาให้ดูกัน
ภาพนั้นดูกี่ครั้งก็ยังรู้สึกใจหาย
มันเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่จริงๆ
ถึงแม้ว่าจะไม่มีญาติเราอยู่ในนั้นก็ตาม
จำได้ว่าวันนั้นที่เหตุการณ์นั้นมันเกิดขึ้น
มันคือวันปกติวันนึง ที่กูไปรรตามธรรมดา
จนถึงคาบ3 เรียนไบโอ
ก่อนหน้าที่จะเข้าห้องมีประกาศว่าให้รีบเข้าห้องเรียน
พอเข้าไปถึง
ใน รร ก็มีประกาศอีกรอบนึงว่าให้ทุกคนอยู่ในความสงบ
แล้วก็เปิดทีวีให้ดู
จากที่บางคนยังนั่งไม่เป็นที่ ยังคุยกัน
แต่พอเห็นภาพนั้นแล้ว
ทุกคนก็ยืนตกใจพร้อมกันหมด
เห็นแล้วมันแทบจะร้องไห้จริงๆนะตอนนั้น
หลังจากนั้น รร ก็ปล่อยให้กลับบ้านไป
บางคนก็เดินดุ่มๆน้ำตอคลอ
บางคนตกใจมากรีบวิ่งกลับบ้าน
บางคนเดินร้องไห้ออกมาเพราะว่าในนั้นมีญาตเขาอยู่ด้วย
ส่วนกูเองเดินไปโทรหาที่บ้านก่อนอันดับแรก
รอซักพักแล้วแม่ก็มารับ
หลังจากนั้นไปแวะซุปเปอร์ซื้อของกินเข้าบ้าน
คนเยอะมากๆ เพราะเค้าตุนของกัน
ได้ไม่ต้องออกจากบ้าน
ช่วงนัป็นอะไรที่คนตื่นตัวกันมากๆ
ซื้อของกินเข้าบ้านกันแบบบไม่คิด
หลังจากนั้นเราก็คอยรับโทรศัพท์จากเมืองไทย
ว่าเป็นยังไงบ้าง ระวังตัวด้วยนะ
เพราะแถวที่กูอยู่ตอนนั้นมันก็ห่างจากนิวยอร์คสี่ชั่วโมงถ้าขับรถ
................
หื้มมมมมมมม
พูดแล้วเหตุการณ์มันผ่านไปเร็วจริงๆ
คนที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างเราก็เดินต่อกันต่อไป
จากวันนั้นทำให้ทุกคนระวังตัวมากขึ้น
กฎหมายทุกอย่างก็หนักขึ้น เข้มงวดขึ้น
นี่ขนาดเราผูกพันกับเมืองไทยมากกว่า
เรายังรู้สึกว่าเราสูญเสียไปกับเค้าด้วยเลย

ฝนตกก้อบ่อย
ไม่ดีเยยย